หน้าแรก

มาตรา 9 จากวันนั้น ... ถึงวันนี้

       นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 เป็นต้นมา เริ่มมีการเลี้ยงกุ้งกุลาดำในเขตพื้นที่ชายฝั่ง และมีการขยายพื้นที่การเพาะเลี้ยงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนประมาณปี 2528 - 2530 มีพื้นที่กว่า 400,000 ไร่ จากความต้องการในการบริโภคกุ้งกุลาดำอย่างต่อเนื่องทั้งในและนอกประเทศ ได้ก่อให้เกิดปัญหาและผลกระทบตามมา เช่น การบุกรุกป่าชายเลนเพื่อขยายพื้นที่การเพาะเลี้ยง คุณภาพน้ำในแหล่งน้ำเสื่อมโทรมลงเนื่องจากการระบายน้ำทิ้งและของเสียจากการเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำ รวมถึงการขาดการจัดการฟาร์มที่เหมาะสม ระบบการใช้น้ำ ระบบบำบัดน้ำทิ้ง มาตรฐานของบ่อไม่ดีพอ และการเลี้ยงไม่เป็นระบบ จึงก่อทำให้เกิดโรคระบาดอย่างรวดเร็วและรุนแรง จากปัญหาดังกล่าวข้างต้น รายละเอียดเพิ่มเติม(อ่านต่อ)

 

การกำหนดมาตรฐานเฉพาะประเภทอุตสาหกรรม

 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม โดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมมลพิษ และโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ได้ออกประกาศกฎกระทรวง ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2539) เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดประเภทโรงงานอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2539 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2539 เป็นต้นมา และผลจากการประกาศใช้มาตรฐานดังกล่าวได้มีเสียงสะท้อนถึงปัญหาและในทางปฏิบัติที่มีข้อจำกัดในการควบคุมมาตรฐานสีที่ไม่ชัดเจนมีการกำหนดให้สามารถผ่อนผันค่ามาตรฐานน้ำทิ้งได้ และไม่มีการกำหนดมาตรฐานควบคุมน้ำทิ้งจากเขตประกอบการอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน 

                   จากปัญหาดังกล่าว ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 สำนักจัดการคุณภาพน้ำจึงได้ดำเนินการผลักดันประกาศบังคับใช้มาตรฐานการระบายน้ำทิ้งจากอุตสาหกรรมฉบับใหม่ โดยปรับแก้ไขชื่อของประกาศเป็น “(ร่าง) ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรม และเขตประกอบการอุตสาหกรรม” และกำหนดมาตรฐานค่าสีใหม่ จากเดิม “ไม่เป็นที่พึงรังเกียจ” เป็น “ไม่เกิน 300 เอดีเอ็มไอ (ADMI :American Dye Manufacturers Institute)” รวมทั้งเพิ่มเติมข้อความ“ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับกับแหล่งกำเนิดมลพิษที่มีการกำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติไว้เป็นการเฉพาะ” เพื่อให้สามารถออกกฎหมายการกำหนดมาตรฐานน้ำทิ้งเฉพาะประเภทอุตสาหกรรมได้ในอนาคต โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติม(อ่านต่อ)

 

 

การฟื้นฟูแหล่งน้ำปนเปื้อนโลหะหนักด้วยพืช

ปัญหาการปนเปื้อนโลหะหนักของประเทศไทยในสิ่งแวดล้อมมีมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่มีนโยบายการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรม ภายหลังแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 2 ซึ่งโลหะหนักที่เกิดจากเหมืองแร่ ถลุงแร่ หลอมโลหะและปิโตรเลียม จะแพร่กระจายลงสู่สิ่งแวดล้อม เกิดการสะสมในดิน น้ำ สิ่งมีชีวิต และสุขภาพของประชาชนอย่างเห็นได้ชัด ดังเช่นเหตุการณ์ปัญหาพิษสารหนู อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ในปี พ.ศ. 2530 ปัญหาการปนเปื้อนของแร่ตะกั่วในลำห้วยคลิตี้ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรีในปี พ.ศ. 2541 ปัญหาการปนเปื้อนของสารแคดเมียม อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เมื่อ พ.ศ. 2547 และ ล่าสุด เหตุการณ์พบโลหะหนักในร่างกายประชาชนรอบเหมืองทอง อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ในปลายปี พ.ศ. 2557 ปัญหาการปนเปื้อนของโลหะหนักเหล่านี้ ยังส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและสุขภาพของคนในชุมชนมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน การฟื้นฟูแหล่งปนเปื้อนโลหะหนัก โดยเฉพาะแหล่งน้ำเป็นไปได้อย่างยากลำบาก โดยทั่วไปที่สืบค้นข้อมูลในต่างประเทศ พบว่า วิธีการกำจัดโลหะหนักปนเปื้อนในแหล่งน้ำมีหลายวิธี ซึ่งในบทความนี้จะขอนำเสนอหลักการและวิธีการของการใช้พืชขจัดสารพิษด้วยเทคนิควิธีไฟโตรีมีดิเอชั่น (Phytoremediation) หรือการฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อมด้วยพืชรายละเอียด(อ่านต่อเพิ่มเติม)

 

 

กว่าจะมาเป็นระบบการจัดการน้ำเสียชุมชน(MSMS 2008) ตอนที่ 3 มาตรฐาน มอก.1800 ฯ

       ในบทความตอนที่ 1 และตอนที่ 2 ได้นำเสนอผลการศึกษามาตรฐานระบบการจัดการคุณภาพ (ISO 9001:2000) และระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (ISO 14001:2004) มาใช้ประกอบการจัดทำเป็นระบบการประเมินคุณภาพสำหรับการบริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชนสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีชื่อว่า

ระบบการจัดการน้ำเสียชุมชน (Municipal Sewage Management System: MSMS 2008 แล้ว ในบทความนี้ จึงเป็นการนำเสนอมาตรฐานอีกฉบับหนึ่ง คือ ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย มอก. 18001:2542 โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งสำนักจัดการคุณภาพน้ำ กรมควบคุมมลพิษ ได้มีการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลในประเด็นต่างๆของมาตรฐานฉบับนี้ เพื่อนำข้อดีต่างๆ ของระบบที่ศึกษามาผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบฯ และเพื่อป้องกันปัญหาอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้นภายหลังจากการนำระบบ MSMS 2008 ไปประยุกต์ใช้ โดยมีรายละเอียดดังนี้(อ่านต่อ)

 

ผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำใต้ดิน ในเขตควบคุมมลพิษ จังหวัดระยอง ปีงบประมาณ 2557

 สำนักจัดการคุณภาพน้ำ โดยส่วนน้ำเสียอุตสาหกรรมและส่วนแหล่งน้ำจืดได้ดำเนินโครงการแก้ไขปัญหามลพิษและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตในพื้นที่จังหวัดระยองด้านคุณภาพน้ำในปีงบประมาณ พ.. 2557 โดยกิจกรรมหนึ่งที่ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 คือ การติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำใต้ดิน ในพื้นที่เขตควบคุมมลพิษจังหวัดระยอง การดำเนินการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเฝ้าระวังการปนเปื้อนสารพิษในแหล่งน้ำใต้ดิน และใช้ข้อมูลคุณภาพน้ำในการติดตามการแก้ไขปัญหามลพิษ พร้อมทั้งเป็นข้อมูลเพื่อเผยแพร่ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องและประชาชนที่สนใจ และใช้ในการกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำใต้ดินในอนาคต

การติดตามตรวจสอบคุณภาพใต้ดินในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด นิคมอุตสาหกรรมเหมราชตะวันออก นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย และชุมชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จำนวน 33ชุมชน ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2550 โดยปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 ได้ดำเนินการ 2 ครั้ง ได้แก่ ฤดูแล้ง ระหว่างเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2556 และฤดูฝน ในเดือนมิถุนายน 2557 ซึ่งแบ่งเป็นการตรวจสอบคุณภาพน้ำใต้ดินจากบ่อน้ำบาดาลบ่อสังเกตการณ์ และบ่อน้ำตื้น โดยมีรายละเอียด (อ่านต่อเพิ่มเติม)