หน้าแรก

รายงานสถานการณ์ คุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งทั่วประเทศไทย ปี 2558 ครั้งที่ 1

กรมควบคุมมลพิษร่วมกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่มีพื้นที่รับผิดชอบบริเวณชายฝั่งทะเล จำนวน 7 แห่ง ได้แก่ สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 5 6 8 13 14 15 และ 16 ได้ดำเนินการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลในพื้นที่ชายฝั่งทั่วประเทศ ประจำปี 2558 (รูปที่ 1) เพื่อประเมินสถานการณ์คุณภาพน้ำทะเลชายฝั่ง ครั้งที่ 1 ในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ - เมษายน 2558 โดยมีจุดเก็บตัวอย่างครอบคลุม จำนวน 202 จุด ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ตราด จันทบุรี ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล และสงขลา โดยพารามิเตอร์ที่ทำการตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเลประกอบด้วย พารามิเตอร์จากการสังเกตในภาคสนาม พารามิเตอร์พื้นฐานที่ตรวจวัดในภาคสนาม
 และพารามิเตอร์ที่ตรวจวัดในห้องปฏิบัติการ ซึ่งมีรายละเอียดเพิ่มเติม(อ่านต่อ)

 

สถานการณ์มลพิษจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในปัจจุบัน

การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของไทยแบ่งตามลักษณะของชนิดสัตว์น้ำ และพื้นที่ที่เพาะเลี้ยงได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้ บ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง บ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกร่อย และบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นอาชีพหลักที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร แต่ในทางกลับกันก็ทำให้เกิดปัญหามลพิษจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเกิดจากอาหารที่ใช้เลี้ยงสัตว์น้ำ และมูลของสัตว์น้ำ  พ.ศ. 2555- ปัจจุบัน ประเทศไทยมีจำนวนผู้ประกอบกิจการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจำนวน 492,873 ราย พื้นที่เพาะเลี้ยง 1,095,678.93 ไร่ มีผลผลิตสัตว์น้ำ 882,392.35 ตันต่อปีรายละเอียดเพิ่มเติม(อ่านต่อ)

หลักเกณฑ์การจัดการฟาร์มสุกรที่ดีและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

กรมควบคุมมลพิษ โดยสำนักจัดการคุณภาพน้ำได้จัดทำ (ร่าง) หลักเกณฑ์การจัดการฟาร์มสุกรที่ดีและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการฟาร์มสุกรนำไปใช้เป็นแนวทางในการจัดการฟาร์มสุกรด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้องและเหมาะสมเพื่อลดปัญหามลพิษที่เกิดจากการเลี้ยงสุกร ตลอดจนมีการใช้ทรัพยากรน้ำและพลังงานอย่างเหมาะสมคุ้มค่ามากที่สุด และการจัดการสิ่งแวดล้อมด้านต่างๆ ได้แก่ การบำบัดน้ำเสีย การจัดการกลิ่น แมลงและพาหะนำโรค ขยะ และซากสุกรอย่างถูกต้องและเหมาะสม รวมถึงการจัดการปัญหาเรื่องร้องเรียนเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โดยรอบ รวมทั้งลดปัญหาข้อขัดแย้งระหว่างผู้ประกอบการฟาร์มสุกรกับชุมชนด้วย ซึ่งหลักเกณฑ์การจัดการฟาร์มสุกรที่ดีและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย รายละเอียดเพิ่มเติม(อ่านต่อ)

การพิจารณาเลือกระบบบำบัดน้ำเสียจากฟาร์มสุกรแบบมาตรฐานกรมปศุสัตว์

      การเลี้ยงสุกรเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ก่อให้เกิดน้ำเสียและมีความสกปรกสูง โดยทั่วไปปริมาณความสกปรกตรวจวัดในรูปค่าบีโอดี (Biochemical Oxygen Demand : BOD) ซึ่งปริมาณความสกปรกจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการภายในโรงเรือนและชนิดของสุกรที่เลี้ยง น้ำเสียจากการเลี้ยงสุกรขุนจะมีความสกปรกมากกว่าการเลี้ยงสุกรพ่อ-แม่พันธุ์ โดยเฉลี่ยมีค่าบีโอดีอยู่ในช่วง 1,500 – 3,000 มิลลิกรัม/ลิตร ในกรณีที่มีการทำความสะอาดโรงเรือนทุกวันแต่ถ้าหากไม่ทำการเก็บกวาดมูลสุกรออกก่อนปริมาณความสกปรกในรูปค่าบีโอดีอาจจะสูงถึง 7,000 – 10,000 มิลลิกรัม/ลิตร ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียที่ได้มาตรฐาน เพื่อที่จะสามารถบำบัดน้ำเสียให้ได้ตามมาตรฐานน้ำทิ้งจากการเลี้ยงสุกร ซึ่งการพิจารณาเลือกระบบบำบัดน้ำเสียให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำเสียที่เกิดขึ้นในแต่ละฟาร์มควรพิจารณาดังต่อไปนี้รายละเอียดเพิ่มเติม(อ่านต่อ)