หน้าแรก

เทศบาลเมืองน่านกับ การประยุกต์ใช้ระบบการจัดการน้ำเสียชุมชน Municipal Sewage Management System: MSMS 2008)

     เทศบาลเมืองน่านร่วมกับกรมควบคุมมลพิษได้มีการนำระบบการจัดการน้ำเสียชุมชน (MSMS 2008) ไปประยุกต์ใช้ โดยได้มีการดำเนินการตามแนวทางของระบบการจัดการน้ำเสียชุมชน ที่เป็นการปรับปรุงการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารการจัดการน้ำเสียรวมของชุมชนให้มีประสิทธิภาพอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ด้วยการสร้างองค์ประกอบที่ดีในการบริหารการจัดการ 6 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) นโยบาย 2) บุคลากร 3) การประเมินศักยภาพ 4) การเตรียมการจัดการ 5) การนำไปใช้และการปฏิบัติ และ 6) การติดตามตรวจสอบและแก้ไข ซึ่งเทศบาลฯ ได้มีการดำเนินการตามแนวทางพัฒนาระบบการจัดการน้ำเสียชุมชน 8 ขั้นตอน เพื่อสร้างองค์ประกอบที่ดีดังกล่าว ดังนี้ (อ่านรายละเอียด)

 

แผนปฏิบัติการการจัดการน้ำทิ้ง จากท่าเทียบเรือประมง สะพานปลา และกิจการแพปลา ปี 2556 -2560

        ที่ผ่านมา กรมควบคุมมลพิษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการจัดการน้ำทิ้งจากท่าเทียบเรือประมง สะพานปลา และกิจการแพปลา ระหว่างปี 2549 – 2553 เพื่อช่วยในการกำกับดูแล และควบคุมปัญหาที่เกิดขึ้นจากท่าเทียบเรือฯ อาทิ การออกประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากท่าเทียบเรือประมง สะพานปลา และกิจการแพปลาและกำหนดให้ท่าเทียบเรือประมง สะพานปลา และกิจการแพปลาทุกขนาด เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องควบคุมการปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะหรือออกสู่สิ่งแวดล้อม การศึกษาระบบบำบัดน้ำเสียต้นแบบที่เหมาะสม การจัดทำคู่มือและเอกสารเผยแพร่ที่เกี่ยวข้อง แต่ปัจจุบันยังพบปัญหา-อุปสรรคในการดำเนินหลายประการ ได้แก่ ผู้ประกอบการยังไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบยังไม่สามารถดำเนินการทางกฎหมายได้อย่างเข้มงวด หรือแม้กระทั่งการขาดงบประมาณในการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย รวมถึงความพร้อมของผู้ควบคุมระบบและการจัดการน้ำเสียอย่างเหมาะสมได้

        ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานเกิดความต่อเนื่อง กรมควบคุมมลพิษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้จัดทำแผนปฏิบัติการการจัดการน้ำทิ้งจากท่าเทียบเรือประมง สะพานปลา และกิจการแพปลา ปี 2556 - 2560 ขึ้น โดยแผนปฏิบัติการจัดการฯ ประกอบด้วยมาตรการและกิจกรรมที่กำหนดจำนวน 3 มาตรการ (อ่านต่อ)

ก้อนน้ำมัน (Tar balls)

    น้ำมันรั่วไหลลงสู่สิ่งแวดล้อมทางทะเลจากหลายสาเหตุ เช่น อุบัติเหตุทางเรือ การลักลอบทิ้งน้ำมันเครื่องหรือน้ำมันในท้องเรือ การขนถ่ายน้ำมันทางทะเล การปนเปื้อนมากับน้ำทิ้งจากcผ่นดิน (ชุมชน อุตสาหกรรม สถานีบริการน้ำมัน เป็นต้น) การขุดเจาะหาแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ หรือแม้แต่การรั่วไหลโดยธรรมชาติใต้ท้องทะเลและมหาสมุทรทั่วโลก เมื่อน้ำมันรั่วไหลลงสู่แหล่งน้ำจะเกิดการแปรสภาพด้วยขบวนการต่าง ๆ เช่น การแพร่กระจาย (spreading) การระเหย (Evaporation) การผสมกับน้ำ (Emulsification) การละลายและกระจายของน้ำมัน (Solution and dispersion) การออกซิไดซ์โดยพลังงานจากแสง (Photochemical oxidation) และการย่อยสลายด้วยแบคทีเรีย (Biological degradation)2 โดยเมื่อน้ำมันแพร่กระจายสู่ผิวน้ำ ส่วนประกอบของน้ำมันที่มีน้ำหนักเบาจะระเหยสู่บรรยากาศ และทำให้คราบน้ำมันที่เหลือมีความหนาแน่นและความหนืดเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันก็มีการผสมรวมกับน้ำทำให้มีลักษณะคล้ายช็อกโกแลตเหลว ด้วยอิทธิพลของคลื่นและกระแสน้ำรวมถึงแบคทีเรียก็จะทำให้น้ำมันดังกล่าวแตกตัวเกิดสภาพเป็นก้อนน้ำมัน (tar balls) ก้อนน้ำมันเหล่านี้จะสะสมอยู่ในตะกอน หรือถูกพัดพาตามกระแสน้ำเป็นระยะไกล ๆ และปนเปื้อนบริเวณชายฝั่ง (อ่านต่อ)

การใช้น้ำเสียจากการเลี้ยงสัตว์ที่ผ่านการบำบัดเพื่อการเกษตร ตอนที่ 1 แนวคิดเบื้องต้น

     ในหลายพื้นที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้ง และหลายพื้นที่มีปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูก ซึ่งจำเป็นต้องจัดหาแหล่งน้ำสำรอง ทั้งนี้ ทางเลือกหนึ่งที่มีการเสนอ คือ การใช้น้ำเสียที่ผ่านการบำบัดมาใช้เพื่อการเกษตร อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อกังวลหลายประการในการนำมาใช้ เช่น ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในส่วนของการสะสมในดิน และไหลบ่าลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ รวมทั้งการปนเปื้อนในพืชผลการเกษตร ภายใต้ความกังวลดังกล่าว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการประเมินแนวทางการนำน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดมาใช้ประโยชน์ ซึ่งหากพบว่าสามารถดำเนินการได้ก็จะช่วยลดการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรในบางพื้นที่ได้ อย่างไรก็ตาม ในบทความนี้ ขอยกประเด็นในการบำบัดน้ำเสียด้วยดินมานำเสนอให้เห็นแนวทางการดำเนินงานบางอย่างที่สุดท้ายอาจจะได้รับยอมรับในดำเนินการหรือไม่ก็ตาม แต่ก็นับว่ามีความสำคัญเรื่องหนึ่ง เนื่องจากในขณะในหลายพื้นที่ได้ดำเนินอยู่โดยไม่คำนึงถึงข้อกังวลตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ดังนั้น การประยุกต์จึงควรมีขอบเขตและแนวทางที่เหมาะสมเพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น (อ่านต่อ)

การดำเนินงานแก้ไขมลพิษทางน้ำจากแหล่งกำเนิดประเภทชุมชนในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา

       จากการใช้ดัชนีคุณภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดิน (Water Quality Index: WQI) แสดงถึงสถานการณ์ของคุณภาพน้ำในภาพรวม โดยพิจารณาจากค่าคุณภาพน้ำ 5 พารามิเตอร์ ได้แก่ ออกซิเจนละลาย ความสกปรกในรูปสารอินทรีย์ แบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด แบคทีเรียกลุ่มฟีคอลโคลิฟอร์ม แอมโมเนียไนโตรเจน   มีคะแนนอยู่ระหว่าง 0 - 100 โดยจัดเกณฑ์คุณภาพน้ำเป็น ดีมาก (91 - 100) ดี (71 - 90) พอใช้ (61 - 70) เสื่อมโทรม (31 - 60) และเสื่อมโทรมมาก (0 - 30) พบว่า แม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน และตอนกลางอยู่ในระดับพอใช้ แต่แม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างอยุธยาอยู่ในระดับเสื่อมโทรม โดยจังหวัดในแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีระดับน้ำอยู่เกณฑ์เสื่อมโทรม ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ และลพบุรี ดังนั้น ส่วนน้ำเสียชุมชน สำนักจัดการคุณภาพน้ำ กรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค และ สำนักงานส่งเสริมและทรัพยากรจังหวัด ได้ดำเนินกิจกรรมการเสริมสร้างศักยภาพให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและส่งเสริมผลักดันการจัดการน้ำเสียชุมชนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายครอบคลุม 7 จังหวัด คือ นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท และนครสวรรค์ (อ่านต่อ)